หญ้าหวาน พืชสมุนไพร



               หญ้าหวาน             
หญ้าหวานมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Eupatorium rebaudianum อยู่วงศ์ Compositae ตระกูล Stevia ชนิด Rebaudiana  หญ้าหวาน เป็นชื่อสามัญที่มีชื่อเรียกต่างๆ กันได้แก่ หญ้าหวาน ( yaa waan ) , สตีเวีย , ใบไม้แห่งปารากวัย ( Sweet leaf of Paraguay ), คาฮีอี (Ca-he-ee ), กาฮี ( Kaa-jhee), คาอายูปิ(ca -a-yupi) , อาซูคาคา (azucacaa ) , อีราคา (eira-caa ), คาปิม โดซ (capim doce), เออร์วา โดซ (erva doce ), สมุนไพรหวาน, น้ำผึ้งเยอร์บา (honey yerba), ใบน้ำผึ้ง (honey leaf ) , ใบลูกกวาด (candy leaf ) บ้านอะลาง



หญ้าหวาน  เป็นไม้ล้มลุกอายุประมาณ 3 ปี ทรงพุ่มเตี้ย สูง 20-90 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบแบบหอกกลับ มีรสหวาน ดอกสีขาว ใบหญ้าหวานแห้งจะมีรสหวานกว่าน้ำตาลทราย 15 เท่า สารสกัดจากหญ้าหวานมีความหวานกว่าน้ำตาลทราย 300 เท่า หญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 20 - 26 องศาเซลเซียส และเจริญ เติบโตได้ดีบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตรขึ้นไป ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ขยายพันธุ์โดยการปักชำและการเพาะเมล็ด เป็นพืชที่ต้องดูแลสูงทั้งการให้น้ำและใส่ปุ๋ยบำรุงดิน เมื่ออายุ 1 ปีจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ 6 - 10 ครั้งต่อปี ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงมกราคม

                      แหล่งกำเนิด                    
หญ้าหวานเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกาใต้ แถบเทือกเขาพรมแดนประเทศปารากวัยและบราซิล ซึ่งในปีพ.ศ.2518 ชาวญี่ปุ่นนำมาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดสงขลา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะฝนตกชุกเกินไป จึงย้ายมาปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสมได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา ซึ่งปลูกได้ผลดีที่สุดที่จังหวัดน่าน ในปัจจุบันจังหวัดที่เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหญ้าหวานเพื่อการส่งออกและนำมาบริโภคเป็นชาคือ เชียงใหม่ จังหวัดเดียวเท่านั้น การเก็บใบหญ้าหวานจะตัดกิ่งแล้วรูดใบออก จากนั้นจึงนำใบไปตากแดด 2-3 วันหรือใส่ตู้อบอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสนาน 12 ชั่วโมง จะได้ใบหญ้าหวานสีเขียวสวย เก็บใส่ภาชนะพร้อมจำหน่าย

              สารสกัดจากหญ้าหวาน            
มีความหวานกว่าน้ำตาลทราย 300 เท่า ไม่ให้พลังงาน มีสารประกอบพวกไกลโคไซด์ (Glycosides) อยู่ 88 ชนิด และมีสารให้ความหวานอยู่ 8 ชนิด ได้แก่ Stevioside Steviobioside Rebaudioside A,B,C,D,E และ Dulcoside A ใบของหญ้าหวานมีสารสตีวิโอไซด์ (Stevioside) มากสุดประมาณ 3 - 8 % ของน้ำหนักแห้งของใบหญ้าหวาน ลักษณะเป็นผลึกแข็งสีขาวขนาดเล็ก  มีสูตรทางเคมี คือ C38 H60 O18 ประกอบด้วย sucrose sophorose และ steviol ในสภาพอัดตัวกันแน่น และไม่แตกตัวออกจากกันในสภาวะธรรมชาติ มีน้ำหนักโมเลกุล 804.9 มีคุณสมบัติดูดความชื้นจุดหลอมเหลว 198 องศาเซลเซียส สามารถละลายได้ในน้ำแอลกอฮอล์

            สารสกัดจากหญ้าหวาน              
 มีความหวานกว่าน้ำตาลทราย แต่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร รับประทานได้ประมาณ 0.92 กรัม/คน/วัน ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ชาวญี่ปุ่นบริโภคสารสกัดจากหญ้าหวานไม่ต่ำกว่า 1,000 ตันต่อปี โดยไม่มีรายงานพบว่าผู้บริโภคได้รับพิษภัยจากการบริโภคสารสกัดจากหญ้าหวานแต่อย่างไร มีการนำสารสกัดจากหญ้าหวานผสมกับผักดอง ซีอิ้ว เต้าเจี้ยว และเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ น้ำอัดลม เป็นต้น



                  การศึกษาเบื้องต้น                
ในประเทศปรากวัยและบราซิลพบว่า การบริโภคสารสกัดหญ้าหวานเพียง 6 - 8 ชั่วโมง สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้ถึง 35%  ในประเทศจีนได้ใช้หญ้าหวานเป็นสมุนไพรเพื่อกระตุ้นความอยากในการบริโภคอาหาร ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย สำหรับประเทศไทยมีประกาศกระทรวงสาธารสุข เรื่องสารสกัดจากหญ้าหวานเป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและในวงการแพทย์สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้นำข้อมูลต่างๆทุกด้านที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ รวมถึงความแตกต่างกับสารให้ความหวานอื่นๆ ที่มีการพิจารณาอนุญาตไปแล้วมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้เกิดผลในการบังคับใช้อย่างกว้างขวางขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและการค้าต่อไป  บ้านอะลาง


       วิธีการปลูกหญ้าหวาน      
หญ้าหวานใช้เมล็ดหรือกิ่งชำปลูกก็ได้ การเก็บเมล็ดทำได้ง่าย เพียงแต่ทิ้งให้ต้นมีดอกในเดือนตุลาคม แล้วเก็บเมล็ดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีเก็บใช้ถุงพลาสติครอบดอก เขย่าให้เมล็ดร่วงลงในถุง นำเมล็ดมาเพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีอัตราการงอกดี แต่ โดยทั่วไปจะนิยมตัดกิ่งมาปักชำ เนื่องจากสะดวกรวดเร็วกว่า ให้เลือกตัดกิ่งที่แข็งแรง ตัดเกือบถึงโคนต้น ให้เหลือใบอยู่ 2 คู่ แล้วตัดกิ่งที่จะเอามาชำให้เหลือความยาว 12-15 ซม. เอามาชำในถุงหรือกระบะเพาะ เด็ดใบออกเสียก่อน เพราะถ้ารดน้ำความหวานจากใบจะลงดิน ทำให้กล้าที่ชำไว้ตายได้ พอกิ่งชำแตกรากออกมาได้ 10-14 วัน ก็นำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้

หญ้าหวานเป็นพืชที่ต้องดูแลสูงทั้งการให้น้ำและใส่ปุ๋ยบำรุงดิน และเก็บเกี่ยวถี่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 3 ปี จึงนิยมปลูกแซมในระหว่างแถวไม้ผล เช่น ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ที่ปลูก ดูแลหญ้าหวานก็ได้ดูแลไม้ผลไปด้วย พอหมดหญ้าหวาน ไม้ผลก็โตพอที่จะเริ่มให้ผลผลิต นอกจากนี้ยังปลูกได้ในสวนยาง ในขณะที่ต้นยางยังเล็ก หรือยังไม่ได้อายุที่จะกรีดยาง การปลูกช่วงที่เหมาะสมอยู่ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม ให้พรวนดิน ยกร่องทำแปลงกว้าง 1 เมตร ยาว 15 เมตร ปลูกหญ้าหวานได้ 7 แถว ระยะห่างระหว่างแถวและระหว่างต้น 10 x 10 ซม. ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกไร่ละ 1,000 กก. คลุกเคล้าลงดิน เอากิ่งชำมาปลูกในหลุม  หญ้าหวานจะให้ผลดีต้องหมั่นดายหญ้า และให้น้ำในช่วงฤดูแล้ง หลังเก็บเกี่ยวควรใส่ปุ๋ยขี้ไก่ เพื่อเร่งการแตกใบใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคมอันเป็นช่วงที่หญ้าหวานให้ผลผลิตต่ำสุด มักทำการตัดต้นหญ้าหวานทิ้งให้เหลือแต่ตอในดิน เพื่อให้ต้นตอแตกขึ้นมาใหม่ในเดือนมกราคม

เก็บเกี่ยว
หญ้าหวานเริ่มเก็บเกี่ยวใบครั้งแรก หลังจากปลูกได้ 20-25 วัน หรือ ในราวปลายเดือนมกราคม หลังจากนั้นก็เก็บเกี่ยวไปได้เรื่อย ๆ ปีละ 6-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการดูแล แต่ผลผลิตจะสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม หลังจากนั้นต้นหญ้าหวานจะเริ่มแก่และออกดอก ชะงักการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตต่ำสุดในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม การ เก็บเกี่ยว ให้ฉีดพ่นน้ำล้างฝุ่นออกเสียก่อน ค่อยตัดกิ่งเอาไปเก็บใบ ถ้าตัดแล้วเอาไปล้างน้ำ ความหวานจะละลายไปกับน้ำ ทำให้คุณภาพต่ำลง

การแปรรูป
นำกิ่งที่ตัดมารูดใบ แล้วนำใบไปตากแดด 2-3 วัน ไม่ควรตากทั้งใบและกิ่งก้าน เพราะจะทำให้ใบไม่สวย มีสิ่งเจือปนมาก เกลี่ยใบให้ทั่วระหว่างที่ตาก เมื่อแห้งสนิทดีแล้วจึงเก็บในภาชนะบรรจุ